ราคาสินค้าเกษตรกดดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดใน 5 เดือน
06 กรกฎาคม 2560

ราคาสินค้าเกษตรกดดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดใน 5 เดือน ม.หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. ลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และต่ำสุดในรอบ 5 เดือน หลังสินค้าเกษตรสำคัญราคาดิ่ง... เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. 2560 ที่สำรวจจากประชาชนตัวอย่างทั่วประเทศ 2,251 คน ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และต่ำสุดในรอบ 5 เดือนนับจากเดือนก.พ. 2560 โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย.2560 อยู่ที่ 74.9 ลดจาก 76.0 ในเดือนพ.ค.2560 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ 52.9 ลดจาก 53.7 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต อยู่ที่ 84.1 ลดจาก 85.3 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 70.0 ลดจาก 70.9 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 91.5 ลดจาก 92.7 สำหรับสาเหตุที่ทำให้ดัชนีปรับลดลงทุกรายการมาจากราคาพืชผลทางการเกษตรส่วนใหญ่ทรงตัวในระดับต่ำ เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน สับปะรดโรงงาน และหลายรายการลดลงในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้กำลังซื้อในหลายจังหวัดทั่วประเทศขยายตัวในระดับต่ำ และไม่คล่องตัว ขณะเดียวกันผู้บริโภคกำลังกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ และราคาสินค้าที่ทรงตัวในระดับสูง และกังวลรายได้ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบในเชิงลบต่อการส่งออก และเศรษฐกิจไทยในอนาคต แม้มีปัจจัยบวกหลายประการก็ไม่สามารถทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นได้ ทั้งมูลค่าการส่งออกเดือน พ.ค.ที่เพิ่มขึ้น 12.70% สูงสุดในรอบ 52 เดือน ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศลดลง ดัชดัชนีตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น ค่าเงินบาทแข็งค่า สะท้อนว่าเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าในประเทศ นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงเห็นว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังฟื้นตัวขึ้นไม่มากนัก และยังกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนสูง ราคาพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ยังคงเป็นตัวบั่นทอนความเชื่อมั่นโดยรวม เพราะทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดซึมตัวลงรัฐบาลควรเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐและเร่งรัดการลงทุนของภาครัฐให้เป็นรูปธรรมครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการใช้จ่ายประชาชนดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-2618.aspx