ทบทวนตลาดครึ่งปีแรก...และกลยุทธ์การลงทุนในครึ่งปีหลัง 2560
07 กรกฎาคม 2560

ทบทวนตลาดครึ่งปีแรก...และกลยุทธ์การลงทุนในครึ่งปีหลัง 2560 ทบทวนตลาดครึ่งปีแรก...และกลยุทธ์การลงทุนในครึ่งปีหลัง 2560 ทบทวนตลาดครึ่งปีแรก...และกลยุทธ์การลงทุนในครึ่งปีหลัง 2560 ผ่านไปแล้วครึ่งปีสำหรับปี 2560 ซึ่งถือว่าเป็นปีที่ดีในการลงทุนเลยทีเดียว อันที่จริงผลตอบแทนโดยรวมของครึ่งปีแรกนี้เรียกได้ว่าเป็นปีที่ดีที่สุดในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ทุกประเภทยกเว้นน้ำมันให้ผลตอบแทนที่เป็นบวก บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกคึกคัก ขับเคลื่อนด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว อุปสงค์ และการบริโภคกลับมาอีกครั้ง สถานะทางการเงินสดใสขึ้น รวมถึงรายงานผลประการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นกันทั่วหน้า โดยเฉพาะตลาดในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ อย่างไรก็ดี ตลาดที่ rally ในครั้งนี้ ตั้งอยู่บนความเปราะบาง นักลงทุนมีความระมัดระวังเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เห็นได้จากมุมมองที่สวนทางกันระหว่างตลาดหุ้นที่ดูสดใส กับตลาดตราสารหนี้ที่ส่งสัญญาณกังวล เห็นได้จากแนวโน้ม Yield พันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่ลดลงตั้งแต่ต้นปี ก่อนจะกระตุกขึ้นเล็กน้อยในช่วงหลังจากข่าวลือว่า ECB จะลดวงเงินการเข้าซื้อพันธบัตร และเข้าสู่นโยบายการเงินแบบเข้มงวดตามอย่างสหรัฐฯ สำหรับการเตรียมตัวปรับพอร์ตเข้าสู่ครึ่งปีหลัง 2560 นั้น เศรษฐกิจโลกจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ออกมาคาดว่าจะไม่ได้ดีเท่าช่วงครึ่งปีแรก โดยเรายังมองว่าตลาดหุ้นจะยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตราสารหนี้ โดยเฉพาะตราสารหนี้ระยะยาวที่จะได้รับแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ย และลดขนาดงบดุลของ FEDที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ทั้งนี้ Yield พันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกจะค่อยๆทยอยปรับตัวขึ้น นำโดย Yield พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดี และแรงกดดันจาก ECB ที่อาจลดวงเงินเข้าซื้อพันธบัตร ตลาดหุ้นยุโรป ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศเกิดใหม่ คือ ตัวเลือกที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีในตลาดตราสารทุน มุมมองต่อหุ้นยุโรปดูดีขึ้นต่อเนื่องหลังการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศสผ่านพ้นไป โดยผลการเลือกตั้งตอกย้ำว่าความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสหภาพยุโรปยังคงแข็งแกร่งอยู่ นอกจากนี้ การที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ที่นั่งในสภาลดน้อยลงในการเลือกตั้งในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่งผลให้อำนาจต่อรองของอังกฤษในการเจรจา Brexit เป็นรองทางฝ่ายสหภาพยุโรป ถัดมาที่ฝั่งญี่ปุ่น เศรษฐกิจส่อแววดีขึ้นจากอุปสงค์ภายในประเทศ แต่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมายของ BOJ มาก แต่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะได้รับอานิสงค์จากค่าเงินเยนที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงหาก FED ขึ้นดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดทุนโลกที่อยู่ในโหมด risk-on ความผันผวนต่ำ ค่าเงินเยนที่ถือว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจึงไม่น่ามีแรงเข้าซื้อเหมือนดังที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 ด้านตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่ที่สร้างผลตอบแทนได้ดี นำโดยตลาดหุ้นจีน และอินเดีย แม้ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนจะมีโอกาสชะลอตัวในช่วงครึ่งปีหลังนี้ แต่เรามองว่าประเทศอื่นจะสามารถปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีกจากโมเมนตัมที่ยังดูดี และการคาดการณ์ผลกำไรที่ถูกปรับขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงมูลค่าพื้นฐานที่น่าสนใจ โดยหากเทียบกับตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว ตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ยังคงซื้อขายอยู่ในระดับที่ถูกกว่าประมาณ 30% (PE คิดจากผลกำไรของบริษัทในอีก 12 เดือนข้างหน้าของประเทศพัฒนาแล้ว: 16.7x, PE คิดจากผลกำไรของบริษัทในอีก 12 เดือนข้างหน้าของประเทศเกิดใหม่: 12.5x) แม้ว่าครึ่งปีแรกจะ outperform ไปแล้วก็ตาม

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-2619.aspx