ยอดการผลิตเหล็กดิบจีนเดือนพฤศจิกายนขยายตัวในอัตราที่ลดลง
21 ธันวาคม 2560

ยอดการผลิตเหล็กดิบจีนเดือนพฤศจิกายนขยายตัวในอัตราที่ลดลง สมาคมเหล็กโลก หรือ World Steel Association เปิดเผย ตัวเลขยอดการผลิตเหล็กดิบของโลกเดือนพฤศจิกายน 2017 อยู่ที่ 136 ล้านตัน ขยายตัวเพียงร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยอดผลิตเหล็กดิบของโลกสะสม 11 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 1,536 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 5.4 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ยอดการผลิตเหล็กดิบของจีนเดือนพฤศจิกายน 2017 อยู่ที่ 66.15 ล้านตัน ขยายตัวเล็กน้อยเพียงร้อยละ 2.2 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ตามรายงานล่าสุดของ WSA พบว่ายอดการผลิตเหล็กดิบของโลกลดลงตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ทั่วโลก โดยสาเหตุหลักมาจากโรงงานทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของจีนปรับลดการผลิตเหล็กในช่วงฤดูหนาว สำหรับการผลิตเหล็กดิบของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียขยายตัวเล็กน้อยในเดือนพฤศจิกายน 2017 ยอดการผลิตเหล็กดิบของญี่ปุ่นขยายตัวร้อยละ 1 อยู่ที่ 8.7 ล้านตัน ส่วนเกาหลีใต้ยอดการผลิตเหล็กดิบขยายตัวร้อยละ 0.9 อยู่ที่ 5.7 ล้านตัน ขณะที่ยอดการผลิตเหล็กดิบของประเทศอินเดียขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอัตราร้อยละ 4.2 อยู่ที่ 8.4 ล้านตัน ทวีปแอฟริกามียอดผลิตเหล็กดิบขยายตัวในอัตราสูงที่สุดร้อยละ 22 ด้วยแรงหนุนจากยอดการผลิตเหล็กดิบของประเทศอียิปต์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 36.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดผลิตเหล็กดิบของทวีปอเมริกาเริ่มฟื้นตัว ยอดผลิตเหล็กดิบของทวีปอเมริกาเหนือขยายตัวร้อยละ 8.9 อยู่ที่ 9.7 ล้านตัน โดยยอดผลิตเหล็กดิบของบราซิลฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 3 ล้านตันในเดือนพฤศจิกายน หรือ ขยายตัวร้อยละ 15.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดการผลิตเหล็กดิบของทวีปอเมริกาใต้ขยายตัวร้อยละ 12.7 อยู่ที่ 3.8 ล้านตันในเดือนพฤศจิกายน โดยยอดการผลิตเหล็กดิบของสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 8.5 อยู่ที่ 6.7 ล้านตัน ยอดการผลิตเหล็กดิบของสหภาพยุโรปเดือนพฤศจิกายน 2017 ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.2 เมื่อเทียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาด้วยแรงหนุนจากยอดการผลิตเหล็กดิบของประเทศเยอรมัน อิตาลี และสเปน ที่ขยายตัวร้อยละ 4.5 ร้อยละ 3.3 และ ร้อยละ 18 ตามลำดับ ส่วนยอดการผลิตเหล็กดิบของประเทศตุรกียังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในปีนี้อยู่ที่ 3.1 ล้านตันในเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ในช่วง 11 เดือนแรกปีนี้ยอดการผลิตเหล็กดิบของตุรกีขยายตัวสูงถึงร้อยละ 12.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2016 สำหรับยอดการผลิตเหล็กดิบของเครือรัฐเอกราช หรือ C.I.S ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.8 ในเดือนพฤศจิกายน โดยยอดการผลิตเหล็กดิบของรัสเซียพุ่งขึ้นกว่า 6 ล้านตัน ขณะที่ยอดการผลิตเหล็กดิบของยูเครนลดลงร้อยละ 4.9 อยู่ที่ 1.9 ล้านตัน ทวีปตะวันออกกลางมียอดการผลิตเหล็กดิบขยายตัวร้อยละ 6.2 โดยประเทศอิหร่านมียอดการผลิตเหล็กดิบขยายตัวมากที่สุดร้อยละ 24.4 อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านตันในเดือนพฤศจิกายน 2017

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-2797.aspx