คอลัมน์: แก้ผ้าลุงแซม: ลุงแซมเล่นบทพระเอก ไปพบเด็กแว้นซ์
ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2561 00:00:13 น.

ดูเหมือนว่าลุงทรัมป์ขยันหาเรื่องให้ ชาวบ้านด่าได้ทุกอาทิตย์ เรื่องการกราดยิงยังไม่ทันจาง จากใจมะริกันชน ก็ต้องมาก่นด่าลุงผมเป๋เรื่องการลงนามขึ้นภาษีเหล็กโดยอ้างว่าจะอุ้มอุตสาหกรรมเหล็กกล้าในบ้านลุงแซมท่ามกลางเสียงตะโกนด่าของชาวโลกเพราะเดือดร้อนกันทั่วหน้า แถมจะดึงเศรษฐกิจโลกให้ตกต่ำอีกด้วย บอกตรงๆ ว่าอย่าว่าแต่เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจอเมริกาก็จะพังเอาง่ายๆ นาทีนี้บริษัทฟอร์ด มอเตอร์ขยับตัวด้วยการประกาศปลดพนักงานไป แล้ว 2000 คน แต่เรื่องนี้ต้องเขียนถึงยาว เลยคิดว่าจะเอาไว้เขียนถึงทีหลัง เพราะยังมีอีกเรื่องหนึ่งให้ ชาวโลกที่นั่งกระดิกเท้าเคี้ยวข้าวโพดคั่วเพลินๆ หันมา จ้องหน้าลุงแซมเป็นสายตาเดียวกัน นั่นคือเรื่องที่ ลุงทรัมป์ยืดอกแล้วประกาศก้องโลกว่าจะไปพบพี่คิม เด็กแว้นซ์แห่งเกาหลีเหนือ ช่วงนี้ลุงแซมเดินเป๋บิดเบี้ยวจนไม่เป็น ทรง หมูหมากาไก่ไม่เกรงใจไล่ด่าท้าทายตลอดแบบ ไม่กลัวนักเลงคุมซอย ทั้งเกาหลีเหนือ พญามังกรและหมีขาวต่างพากันยิงจรวดร่อนไป-มาตูมๆ แล้วยักคิ้ว ให้ลุงแซมทำนองว่า อย่านึกว่าลื้อแน่คนเดียวเว้ย ไอ้ลุงแซม ของอั๊วก็มี เจ๋งกว่าของลื้อด้วย เห็นแล้ว ได้แต่ปลง เพราะลุงแซมทำชาวบ้านไว้แยะและ ต่อเนื่องยาวนานด้วยความย่ามใจว่าตนเองคือนัมเบอร์วัน พระเอกอันดับหนึ่งของโลก นาทีนี้ชาวบ้านชาวช่องหันไปซบอกหมีขาวกันเป็นแถว แล้วหันไปนับเบี้ยค้าขายกับพญามังกรที่ เลื้อยไปค้าขายกับทั้งโลก ในขณะที่ลุงแซมมัวแต่ยืนเบ่งกล้ามอวดเพ้ออยู่ลำพัง แม้แต่เพื่อนบ้านอย่างเม็กซิกันยังเบ้หน้าแล้วด่าซ้ำใส่ลุงแซมเลย คิดดู ลุงทรัมป์นั่งเกาคางพลางหาทางออกว่า ทำอย่างไร ถึงจะให้ลูกบ้านและชาวโลกหันมาซูฮก ลุงแซมเหมือนเก่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกหญิงทำเนียบขาว ยืนยันว่าทรัมป์จะตอบรับ คำเชิญพบปะกับ คิม จองอึน ในสถานที่และเวลาซึ่งจะกำหนดในภายหลัง บ๊ะ..ดูท่าว่าจะสนุกเอาเรื่อง ว่า แล้วชาวโลกมุงก็เริ่มอุ้มลูกจูงหลานหอบเสื่อไปนั่งรอแถวคาบสมุทรเกาหลีอีกรอบ ใครที่เกาะติดสถานการณ์โลกจะเห็นว่าทั้งเฒ่าลาดื้อทั้งพี่คิมเด็กแว้นซ์ต่างชี้หน้าด่ากันข้ามโลก แบบไม่ลดราวาศอกจนชาวโลกอกสั่นขวัญแขวนไป ตามกัน ลุงผมเป๋จิดกัดพี่คิมคิ้วห้ามิติว่า "ไอ้บ้า" บ้าง หรือ "มนุษย์จรวด" บ้าง ส่วนพี่คิมก็สะบัดผมทรงประหลาด แล้วสาดคำใส่แรงๆ ด่าลุงผมเป๋ว่า "ไอ้แก่เลอะเลือน" บ้าง "ไอ้เฒ่าเพี้ยน" บ้าง ตามระดับความแรงของอารมณ์ ลุงทรัมป์ก็ไม่ลดละปากยื่นปากยาวไปตอกกลับว่าจะ ถล่มเกาหลีเหนือให้สิ้นซากด้วยอาวุธร้ายแรงยิ่งกว่า ไฟประลัยกัลป์ เล่นเอาชาวโลกมุงครางฮือไปตามๆ กัน เพราะยิ่งกว่าดูมวยศึกวันทรงชัย แม้จะไปพบเด็กแว้นซ์อย่างอาตี๋คิม ลุงก็ไม่วาย ทำตัวเป็นพระเอกด้วยการประกาศก้องแล้วหันไปยิ้มร่าอวดฟันทองรอบโลกเป็นการอุ่นเครื่องว่า พี่มาแล้ว พระเอกโลกตัวจริงเสียงจริง เพราะไม่เคยมีประธานาธิบดี มะริกันคนไหนได้เจรจากับเกาหลีเหนือแบบตัวต่อตัวเลย จะมีก็พระเอกสุดหล่อพ่อรวยอย่างพี่ทรัมป์นี่แหละที่จะนำสันติภาพมาสู่โลก ก่อนหน้าที่จะลงรายละเอียดใดๆ คิดง่ายๆ ตามแบบคนพื้นๆ บ้านๆ ได้ดังนี้ สมมุติว่าลุงทรัมป์ไปพบแล้วพี่คิมไม่ตกลงโอเคกับข้อเสนอทั้งหลายทั้งปวง ลุงทรัมป์ก็ได้หน้าอยู่ดีในการวางมาดพระเอก ผู้ร้ายนั้น ย่อมเป็นพี่คิมวันยังค่ำ เพราะถูกยัดเยียดจากฝ่ายอเมริกาอยู่ตลอด หากว่าเจรจากันแล้ว พี่คิมพยักหน้าบอกโอเค ตกลงตามนี้ ลุงทรัมป์ก็จะยิ่งหน้าบานเป็น กระด้งฝัดข้าว เพราะเท่ากับว่าควบคุมเด็กแว้นซ์อยู่กับร่องกับรอยได้ ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจรวดจะร่อนมาลงกบาลวันไหน แต่ประเด็นคือ....ผลที่ตามมาชาวโลกได้หรือเสียขนาดไหน เรื่องนี้แหละที่ชาวโลกมุงหันหน้ามาซุบซิบกันลั่นโลก เมื่อลุงทรัมป์ประกาศโป้งออกมา แน่นอนว่ามีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ลูกขุนพลอยพยักที่ ลุงทรัมป์ลูบหัวดูแลก็ออกมาพยักหน้าตบมือเกรียวกราว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลคนหนึ่งออกมาแสดงความเห็นว่า การที่ทรัมป์ตกลงพบกับ คิม จองอึน เพราะเห็นว่าคิมเป็นผู้นำสูงสุดที่มีอำนาจตัดสินใจเบ็ดเสร็จ ในเกาหลีเหนือ ที่ประหลาดไปกว่านั้นคือดันบอกว่าอเมริกา จะไม่ยอมรับข้อตกลงอื่นใดทั้งสิ้น นอกจากเกาหลีเหนือ จะต้องปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร เอ้า..แบบนี้เรียกว่า ข่มขู่นะลุง ไม่ใช่เจรจาสันติภาพ ตามประสาขาอวย ลงท้ายหยอดลูกยอลุงทรัมป์รัวๆ ว่า "ประธานาธิบดีทรัมป์มีชื่อเสียงเรื่องการเจรจาอยู่แล้ว" นี่ลุงคงถูกมนต์กฤษณะกาลีสินะถึงได้ เห็นผิดเห็นชอบขนาดนั้น พอกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เร็กซ์ ทิลเลอร์สันที่อวยทรัมป์แบบอวยไส้แตก ที่สาหัสกว่านั้นเป็นจะ เป็นรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ ที่อวยแบบสุดลิ่มทิ่มประตูว่า "ความปรารถนาของเกาหลีเหนือที่จะพบปะเพื่อหารือปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยระหว่างนั้นก็จะระงับการทดสอบขีปนาวุธและนิวเคลียร์ทั้งหมด คือหลักฐานชี้ว่ายุทธศาสตร์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ในการโดดเดี่ยวระบอบคิมกำลังได้ผล ความมุ่งมั่นของเราไม่มีใครขัดขวางได้และนโยบายของเรายังคงเหมือนเดิม ทุกมาตรการคว่ำบาตรยังคงอยู่และเราจะเดินหน้ารณรงค์กดดันขึ้นสูงสุดจนกระทั่งเกาหลีเหนือใช้ก้าวย่างที่เป็นรูปเป็นร่าง อย่างถาวรและตรวจสอบได้ในการยุติโครงการ นิวเคลียร์" แต่คนที่ฟังแล้วสายหน้าดิกๆ ก็มี อย่างบิล ริชาร์ดสัน อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำ องค์การสหประชาชาติปรามว่าการตัดสินใจจัดประชุมซัมมิทกับผู้นำเกาหลีเหนือนั้นไม่ง่ายเหมือน "เรียลิตี้โชว์" แถมบอกอีกว่าทรัมป์ควรปรึกษาประธานาธิบดี บุชและประธานาธิบดีคลินตัน อย่าทำงานแบบข้ามาคนเดียว ลุงแกคงฟังหรอกนะ ส่วนฮิลลารี คลินตัน ถึงกับเบ้ปากมองบนแล้วออกมาเตือนว่า คณะบริหารของทรัมป์ไม่ตระหนักถึงอันตรายในการหารือเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์กับเปียงยาง "หากต้องการคุยกับคิม จองอึน เกี่ยวกับ อาวุธนิวเคลียร์ เราต้องมีนักการทูตที่เชี่ยวชาญ" วอชิงตันขาดนักการทูตที่มีประสบการณ์พอจะดูแลการเจรจาในส่วนนี้ เพราะส่วนมากออกกันไปหมดแล้ว ในขณะที่ทั้งโลกหันมาจับตามอง พญามังกรก็หยุดเจี๊ยะน้ำชาแล้วพยักหน้าเห็นว่าว่าควรต้องคุยกันนะ เช่นเดียวกับหมีขาวที่ยืนดูขรึมๆ แล้วยิ้มเย็นๆให้ตามแบบฉบับรัสเซีย ในขณะที่ลุงแซมเล่นบทพระเอกขี่ม้าขาวอวดชาวโลก หันมามองฝั่งพี่คิมบ้างว่าคิดอย่างไร เห็นข่าวแล้วถึงกับหัวเราะหึๆ เพราะกลายเป็นว่าทั้งหมดนี้คือความเมตตาของพี่คิมโดยแท้ หาใช่ความเอื้ออาทรของลุงทรัมป์แต่อย่างใด พัค ซอง-อิล เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ ประจำสหประชาชาติแสดงความคิดเห็นผ่านอี-เมล์ ที่ส่งถึงหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ว่า ความคืบหน้านี้ เป็นผลจากความเอื้ออารีและการตัดสินใจอย่าง เด็ดขาดของคิมที่จะสร้างสันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี พร้อมเรียกร้องให้อเมริการับรู้และเข้าใจจุดยืนของเกาหลีเหนือ และช่วยส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงอย่างจริงจังและจริงใจ คงต้องจับตามองไม่ให้คลาดสายตาว่าการพบปะระหว่างเฒ่าหัวดื้อกับเด็กแว้นซ์จะเกิด ขึ้นจริงหรือไม่ หรือแค่ราคาคุย และหากว่าเกิดขึ้นจริง จะนำโลกไปสู่สันติภาพหรือพังพาบกันแน่

https://www.ryt9.com/s/nnd/2799353