Việt Nam วางแผนผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนในปีนี้
12 กุมภาพันธ์ 2561

Việt Nam วางแผนผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนในปีนี้ Viet Nam News รายงาน อุตสาหกรรมเหล็กเวียดนามจะสามารถผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนได้เพียงพอในปี 2018 เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดภายในประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ประเทศเวียดนามต้องนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเป็นจำนวนมาก นาย Nguyễn Văn Sưa รองประธานสมาคมเหล็กเวียดนามให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Business Times เกี่ยวกับการผลิตเหล็กของเวียดนามในปี 2018 ดังนี้ การพัฒนาอุตสากรรมเหล็กเวียดนามปี 2017 และแนวโน้มการเติบโตในปี 2018 ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดเหล็กในประเทศเวียดนามมีการเติบโตทั้งด้านการผลิตและการบริโภคอย่างมาก โดยเฉพาะในปี 2016-2017 บริษัทเหล็กส่วนใหญ่มีผลกำไรจากการผลิตและการประกอบธุรกิจ ในปี 2017 การผลิตเหล็กของเวียดนามขยายตัวร้อยละ 23 การบริโภคเหล็กขยายตัวร้อยละ 20 ขณะที่การส่งออกเหล็กเพิ่มขึ้นถึง 4.7 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 28 เมื่อเทียบกับปีก่อน ความต้องการเหล็กในเวียดนามขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากความต้องการเหล็กที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาระบบเศรษฐกิจภายในประเทศรวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สะพาน ท่าเรือ ท่าอากาศยาน การขยายตัวของเมืองและที่อยู่อาศัย นอกจากนี้อุตสาหกรรมเหล็กเวียดนามมีแนวโน้มพัฒนาต่อเนื่องจากโครงการหลายโครงการที่ดำเนินการเสร็จสิ้นในปีนี้ รวมถึงโครงการลงทุนอีกหลายโครงการที่เริ่มดำเนินการในปีนี้ ในขณะเดียวกันรัฐบาลเวียดนามก็ช่วยเพิ่มการเบิกจ่ายและการลงทุนในโครงการที่มีความต้องการบริโภคในจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผลิตเหล็กเวียดนาม ผู้ผลิตเหล็กในประเทศควรปรับปรุงขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์โดยการปฏิรูปเทคโนโลยีการผลิต ใช้แรงงานที่มีทักษะ และการจัดการที่ทันสมัย นาย Nguyễn Văn Sưa กล่าว โอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรมเหล็กเวียดนามภายใต้ FTAs ต่างๆ ข้อตกลงทางการค้าต่างๆ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดเสรีทางการค้าซึ่งนอกจากจะเป็นโอกาสแล้วยังเป็นความท้าทายของผู้ผลิตเหล็กประเทศเวียดนาม ดังนั้นเราต้องทำเข้าใจการค้าระหว่างประเทศเป็นอย่างดีเพื่อให้มีการดำเนินงานที่เหมาะสม ผมคิดว่าอุตสาหกรรเหล็กเวียดนามในอนาคตควรจะสร้างโรงผลิตเหล็กขนาดใหญ่เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กที่มีความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ โดยบริษัทเหล่านี้ต้องมีการผลิตขนาดใหญ่ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และมีความสามารถในการจัดการที่ดี สามารถผลิตเหล็กได้ 7-10 ล้านตันต่อปี นาย Nguyễn Văn Sưa กล่าว ปัจจุบันผู้ผลิตเหล็กเวียดนามมีปัญหาด้านเงินทุน เทคโนโลยีและอุปกรณ์ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กเวียดนาม ในกรณีจีนลดกำลังการผลิตเหล็กและกรณีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ตั้งข้อสังเกตุว่าร้อยละ 90 ของการส่งออกเหล็กจากเวียดนามไปยังสหรัฐฯ เป็นเหล็กที่มีการผลิตในประเทศจีน กำลังการผลิตเหล็กของจีนสูงเกินไปและปัจจุบันประสบปัญหา over supply ดังนั้นการลดกำลังการผลิตจะช่วยให้อุตสาหกรรมเหล็กจีนมีประสิทธิภาพและส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กเวียดนามมากขึ้น ในกรณีที่สื่อต่างๆ ได้รายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่าร้อยละ 90 ของเหล็กที่ส่งออกจากประเทศเวียดนามไปยังสหรัฐฯ มีการผลิตในประเทศจีน นาย Nguyễn Văn Sưa เชื่อว่ามีความไม่ถูกต้องเนื่องจากปริมาณการส่งออกเหล็กของเวียดนามที่ถูกผลิตในประเทศจีนมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งความจริงน่าจะได้รับการพิสูจน์เร็วๆ นี้หรือในปีนี้ เมื่อเวียดนามเริ่มผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนเอง ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจว่าเหล็กที่ผลิตได้มีแหล่งกำเนิดในประเทศเวียดนาม ผลกระทบต่อการนำเข้าเหล็กจากจีน ในกรณีภาษีทางการค้าเหล็กลดลงเป็น 0% ภายใต้ข้อตกลง ASEAN-China FTA ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2005 อุตสาหกรรมเหล็กเวียดนามต้องมีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับเหล็กจีน และเวียดนามจำเป็นต้องมีมาตรการทางการค้าเพื่อปกป้องการผลิตภายในประเทศ ซึ่งสหรัฐฯ และยุโรปกำลังใช้อยู่ในปัจจุบันและค่อนข้างมีประสิทธิภาพ ในปี 2017 มาตรการเยียวยาทางการค้าของเวียดนามเริ่มมีประสิทธภาพ โดยการนำเข้า Pig iron ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศจีนเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในปี 2015 การนำเข้า Pig iron จากประเทศจีนมายังเวียดนามอยู่ที่ 2 ล้านตัน ตั้งแต่ปี 2016 เวียดนามได้ประกาศมาตรการทางการค้าในสินค้า Pig iron ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศจีนทำให้ปริมาณการนำเข้าลดลงเหลือ 1.2 ล้านตันในปี 2016 และลดลงเหลือไม่กี่แสนตันในปี 2017 ขณะเดียวกันในปี 2016 เวียดนามนำเข้าเหล็กแผ่นชุบสังกะสี 1.8 ล้านตัน หลังจากประกาศใช้มาตรการเยียวยาทางการค้าด้านภาษีส่งผลให้ยอดนำเข้าเหล็กแผ่นชุบสังกะสีลดลงเหลือ 1.2 ล้านตันในปีล่าสุด จีนสั่งปิดเตาหลอมเหล็ก induction furnace เนื่องจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์เช่นจีน เวียดนามควรทำอย่างไร ปัจจุบันเวียดนามยังไม่ได้วางแผนที่จะปิดโรงผลิตเหล็กเตา induction furnace เนื่องจากยอดผลิตเหล็กที่ได้จากโรงเหล็กเตา electric furnace ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศดังนั้นโรงเหล็กเตา induction furnace ยังคงมีความจำเป็นและเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาว ไม่ลงทุนโรงเหล็กเตา induction furnaces ขนาดใหญ่ เนื่องจากมันอาจจะมีข้อจำกัดในอนาคตและมีผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้นักลงทุนได้รับความเสียหายอย่างมาก นาย Nguyễn Văn Sưa กล่าว

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-2952.aspx