อุตสาหกรรมเหล็กเวียดนามมีศักยภาพเติบโต 22%
24 เมษายน 2561

อุตสาหกรรมเหล็กเวียดนามมีศักยภาพเติบโต 22% อุตสาหกรรมเหล็กเวียดนามปีนี้มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีศักยภาพ โดยคาดว่ายอดการผลิตเหล็กของเวียดนามจะเติบโตกว่า 22% และยอดส่งออกเหล็กมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2018 อย่างไรก็ตามผู้ผลิตเหล็กภายในประเทศยังคงต้องเผชิญกับความยากลำบากจากมาตรการกีดกันทางการค้าและการทะลักของสินค้าเหล็กจากต่างประเทศ สมาคมเหล็กเวียดนาม (VSA) กล่าว ในปี 2560 เวียดนามต้องเผชิญกับการฟ้องร้องด้านการค้าระหว่างประเทศกว่า 30 คดี ซึ่งหลายประเทศได้ดำเนินการต่อเนื่องมาในปี 2561 ซึ่งครอบคลุมสินค้าเหล็กแผ่นไร้สนิมรีดเย็น เหล็กแผ่นหนา เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรูปตัว H เหล็กทรงยาว และผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นเคลือบสี เดือนมีนาคม 2018 เวียดนามส่งออกเหล็กทั้งสิ้น 446,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 321 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 38% ในเชิงปริมาณ และเพิ่มขึ้ม 63% ในเชิงมูลค่า คุณภาพเหล็กของเวียดนามได้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรป เป็นต้น ด้านการนำเข้าเหล็กของเวียดนาม อยู่ที่ 1.2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 808 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 5% ในเชิงปริมาณ และเพิ่มขึ้น 22% ในเชิงมูลค่า นาย Nguyễn Văn Sưa รองประธานสมาคมเหล็กเวียดนามกล่าวว่า แม้ว่าการนำเข้าเหล็กของเวียดนามจะลดลงในช่วงต้นปีนี้ แต่ปริมาณการนำเข้าเหล็กยังคงอยู่ในระดับสูง อุตสาหกรรมเหล็กเวียดนามยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้า เนื่องจากกระบวนการผลิตเหล็กในประเทศยังไม่เป็นระบบที่สอดคล้องกันและมีความสามารถในการผลิตเหล็กต่ำโดยเฉพาะเหล็กสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ในขณะที่บริษัทเหล็กในประเทศที่สามารถทำการผลิตได้มีกระบวนการผลิตที่ล่าช้าและราคาแพง นาย Nguyễn Văn Sưa กล่าวเพิ่มเติมว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ผ่านมาของเวียดนาม ผนวกกับการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership (CPTPP) และการลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างเวียดนามกับสหภาพยุโรป จะสร้างโอกาสในการขยายตลาดทำให้อุตสาหกรรมเวียดนามเติบโตมากกว่าร้อยละ 20 อย่างไรตามในความเป็นจริงเมื่อเวียดนามเพิ่มการส่งออกเหล็ก ตลาดนำเข้าก็จะเพิ่มมาตรการป้องกันทางการค้า นาย Trần Tuấn Dương ผู้อำนวยการทั่วไปของ Hòa Phát Group กล่าวว่า ผู้ผลิตเหล็กเวียดนามควรจะรักษาตลาดในประเทศไว้ ในขณะที่การส่งออกก็ควรปฏิบัติตามข้อบังคับของข้อตกลงการค้าเสรีและให้ความร่วมกับประเทศอื่นๆ อย่างจริงจัง เมื่อต้องเผชิญกับการฟ้องร้องเพื่อป้องกันการทุ่มตลาดหรือการจ่ายภาษีที่สูงขึ้น

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-3041.aspx