พาณิชย์เปิดไต่สวนท่อเหล็กธุรกิจผวาเวียดนามทุ่มตลาด
07 กันยายน 2562

พาณิชย์เปิดไต่สวนท่อเหล็กธุรกิจผวาเวียดนามทุ่มตลาด พาณิชย์ไต่สวนเวียดนามทุ่มตลาดท่อเหล็ก 33% หลังยอดนำเข้าพุ่งกระฉูดกว่า 200,000 ตันต่อปี จนโรงงานผู้ผลิต 5 รายอยู่ไม่ได้ เผยเวียดนามใช้เหล็กม้วนราคาถูกจากจีนที่หนี AD ไทยผลิตเป็นท่อสำเร็จรูปส่งเข้ามาขายถล่มราคา ระบุหากรัฐไม่ขึ้นภาษีช่วย ท่อเหล็กไทยเดี้ยงแน่ แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมการพิจารณาการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) ได้เปิดไต่สวนเพื่อใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) สินค้าหลอดหรือท่อทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้ารวม 169 รายการที่ผลิตและนำเข้าจากประเทศเวียดนาม การเปิดไต่สวนครั้งนี้เป็นไปตามคำร้องของผู้ผลิตเหล็กในประเทศ 5 ราย ได้แก่ บจ.คอทโก้เมททอลเวอร์,บมจ.ค้าเหล็กไทย, บมจ.แปซิฟิกไพพ์,บมจ.เอเชีย เมทัล และ บจ.ไทยคูณการเหล็ก ซึ่งได้รับความเสียหายจากการถูกทุ่มตลาดจากเวียดนาม “คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า เวียดนามทุ่มตลาดท่อเหล็กถึงร้อยละ 33.83 ของราคา CIF ซึ่งกระทบอุตสาหกรรมภายในประเทศ ปริมาณนำเข้าท่อเหล็กเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนส่งผลต่อราคาขายท่อเหล็กในประเทศ” นายไพศาล ธรสารสมบัติ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ทีเอ็มที สตีล หรือ TMT (บริษัทค้าเหล็กไทย) กล่าวว่า การถูกทุ่มตลาดท่อเหล็กจากเวียดนามเป็นผลมาจากประเทศไทยใช้มาตรการ ADเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนจากจีน เป็นเหตุให้จีนส่งเหล็กม้วนเข้ามาเป็นวัตถุดิบในการผลิตท่อเหล็กในเวียดนาม และส่งท่อเหล็กสำเร็จรูปเข้ามาทุ่มตลาดในไทย สังเกตได้ว่า ปริมาณนำเข้าท่อเหล็กจากเวียดนามเพิ่มขึ้นผิดปกติ ประกอบกับราคานำเข้าต่ำกว่าราคาที่จำหน่ายในเวียดนามด้วย “เวียดนามได้เหล็กม้วนจากจีนที่มีต้นทุนต่ำแล้วนำมาผลิตท่อเหล็กสำเร็จรูปส่งเข้ามาขายในไทย ยังได้ลดภาษีนำเข้าจากกรอบของอาเซียนด้วย จนผู้ผลิตทั้ง 5 รายไม่สามารถแข่งขันได้ จึงจำเป็นต้องฟ้องทุ่มตลาดกับกรมการค้าต่างประเทศ” ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สำรวจราคาจำหน่ายท่อเหล็กที่ผลิตในประเทศ กับราคาท่อเหล็กนำเข้าจากเวียดนาม พบว่าราคาเฉลี่ยต่างกันอยู่ 3-4 บาท จากการสอบถามโรงงานผู้ผลิตแจ้งว่า “ต้นทุน” เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (hot rolled coil) ที่นำมาผลิตเป็นท่อเหล็กระหว่างไทยกับเวียดนามแตกต่างกันมาก กล่าวคือ ราคาเหล็กม้วนที่จีนขายให้กับโรงงานผลิตท่อเหล็กเวียดนามตก กก.ละ 15 บาท (ราคาส่งออกได้รับการอุดหนุนจากรัฐ-ไม่มีการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กม้วน) ขณะที่ราคาเหล็กที่โรงงานผู้ผลิตท่อเหล็กไทยซื้อจากโรงงานผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนตก กก.ละ 17-19 บาท “ต้นทุนราคาเหล็กม้วนก็ต่างกันมาก เรียกว่ามันทุ่มตลาดกันมาตั้งแต่วัตถุดิบในการผลิตเลย พอส่งออกท่อเหล็กสำเร็จรูปมาขายในประเทศไทยยังสามารถทำราคาต่ำกว่าท่อเหล็กที่ผลิตในประเทศได้ 3-4 บาท ทั้ง ๆ ที่มีต้นทุนค่าขนส่ง แสดงให้เห็นว่า ท่อเหล็กเวียดนามถูกมาก ๆ จนผู้ผลิตท่อเหล็กในประเทศสู้ไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วการทุ่มตลาดท่อเหล็กจากเวียดนามก็เกิดขึ้นมานานแล้ว เห็นทางโรงงานผู้ผลิตท่อเหล็กยื่นเรื่องไปที่กระทรวงพาณิชย์เป็นปี ๆ แล้วเพิ่งจะมาประกาศไต่สวนสมัย รมต.จุรินทร์” ผู้จำหน่ายท่อเหล็กกล่าว นายวรพจน์ เพียรอภิธรรม นายกสมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น กล่าวถึงสถานการณ์การนำเข้าท่อเหล็กจากเวียดนามมีแนวโน้มสูงขึ้นตั้งแต่กลางปี 2016 หลังกรมการค้าต่างประเทศ ประกาศใช้มาตรการ AD ท่อเหล็กจากจีนและเกาหลี ส่งผลให้มีการนำเข้าจากท่อเหล็กเวียดนามทดแทน โดยผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กนำเข้าจากเวียดนามกว่า 95% เป็นท่อเหล็กที่ผลิตจากเหล็กแผ่นรีดเย็นเคลือบสังกะสี โดยมีชั้นเคลือบสังกะสีที่หลากหลาย และความหนาของชั้นเคลือบค่อนข้างบาง เหมาะสำหรับงานโครงสร้างเหล็กที่รับน้ำหนักไม่มาก และไม่สามารถทนการกัดกร่อนของสนิมเมื่อใช้เป็นโครงสร้างภายนอกเมื่อเทียบกับการชุบสังกะสีโดยวิธีจุ่มร้อน “ผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กที่มีการนำเข้าเกือบทั้งหมดไม่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) รองรับ อาจทำให้เกิดปัญหาการผลิตสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์ รวมถึงการนำไปใช้งานอย่างไม่เหมาะสม ส่งผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด เช่น ท่อเหล็กที่ผลิตจากเหล็กแผ่นรีดเย็นเคลือบสังกะสีมาทำเกลียวที่ปลายท่อทั้ง 2 ด้านเพื่อใช้ในงานระบบท่อส่งน้ำในอาคารหรือภายนอกอาคาร โดยการพิมพ์ตราผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าท่อเหล็กอาบสังกะสี (มอก.277) หรือท่อเหล็กกล้าคาร์บอนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป (มอก.107) เพื่อผลิตเป็นงานโครงสร้างหลัก ดังนั้นจำเป็นต้องมีการกำหนดสัดส่วนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ (local contents) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการภายในประเทศและได้สินค้าที่มีมาตรฐาน” นายวรพจน์กล่าว อนึ่ง ผลกระทบจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐจะเป็นตัวผลักดันให้มีการนำเข้าเหล็กและผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นทั้งจากเวียดนามและจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น ประกอบด้วย ผู้ผลิตท่อเหล็กทั้งประเภทเชื่อมตะเข็บตรง (ERW), ตะเข็บเกลียว (SSAW), ท่อชุบสังกะสี, ท่อสเตนเลส และงานแปรรูปเหล็กแผ่นมีผู้ผลิต 50 ราย เป็นสมาชิกสมาคม 33 รายหรือประมาณ 70% ปัจจุบันมีการใช้กำลังการผลิตรวมกันเพียง 30-40% หรือประมาณ 1.4 ล้านตันต่อปี มีมูลค่าตลาดประมาณ 40,000 ล้านบาท

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-3907.aspx