กลุ่มเหล็กไทยตกอยู่ภายใต้แรงกดดันตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
03 ธันวาคม 2562

กลุ่มเหล็กไทยตกอยู่ภายใต้แรงกดดันตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กลุ่มเหล็กไทยกำลังมีสัญญาณการชะลอตัวที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังอ่อนแอลง ทั้งการส่งออก การผลิตและการบริโภคภายในประเทศล่าสุดต่างปรับตัวลดลง ในช่วงเดือนมกราคม-เดือนกันยายน การผลิตเหล็กสำเร็จรูปในประเทศลดลง 18.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 5.74 ล้านตัน จากข้อมูลของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย การส่งออกเหล็กสำเร็จรูปลดลง 15.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณอยู่ที่ 1.11 ล้านตัน จากข้อมูลสถาบันเหล็กฯ การส่งออกนับเป็น 2 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ของไทย โดยข้อมูลล่าสุดของไตรมาสที่ 3 สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์หลักต่างๆได้ปรับลดลง อาทิเช่น เชื้อเพลิงกลั่น รถยนต์นั่งและรถกระบะ ผลิตภัณฑ์เคมี และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี GDP ของไทยเพิ่มขึ้น 2.4% ในไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้นจาก 2.3% ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งเติบโตน้อยที่สุดตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 จากข้อมูลสภาพัฒน์ และได้ลดการคาดการทั้งปี 2562 GDP จะลดลงเหลือเติบโต 2.6% จาก 2.7%-3.2% ที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ในช่วงมกราคม-กันยายน การบริโภคเหล็กสำเร็จรูปของไทย ลดลง 5.1% เทียบจากปีที่แล้ว ปริมาณอยู่ที่ 14.01 ล้านตัน ที่เด่นชัดคือการบริโภคเหล็กสำเร็จรูปทรงยาวลดลง 9.5% จากปีที่ผ่านมา ปริมาณอยู่ที่ 5.22 ล้านตัน ซึ่งเนื่องมาจากความต้องการที่อ่อนแอสำหรับเหล็กเส้น และเหล็กโครงสร้าง ที่ใช้ในการก่อสร้าง กลุ่มก่อสร้างของไทยเติบโต 2.8% ในไตรมาส 3 ชะลอลงจากการเติบโต 3.5% ในไตรมาส 2 และ 4.6% ในไตรมาส 3 ในปี 2561 ในทางเดียวกันกับการเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง สภาอุตสาหกรรมได้มีการปรับลดการประมาณการณ์สำหรับการผลิตรถยนต์ในปี 2562 ไปที่ 2 ล้านคัน จากที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 2.15 ล้านคัน จากยอดขายในประเทศและยอดส่งออกที่ลดลง สำหรับการส่งออกรถยนต์ สภาอุตสาหกรรมลดการคาดการณ์เต็มปีจะอยู่ที่ 1 ล้านคัน จาก 1.1 ล้านคัน สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน เป็นปัจจัยหลักในการลดการส่งออกของไทย ในขณะที่กระแสเศรษฐกิจโดยรวมฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของมาสด้าเซลส์ ประเทศไทย คุณชาญชัย ตระการอุดมสุข กล่าว จากข้อมูลของสภาอุตสาหกรรม ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน การผลิตรถยนต์ลดลง 2% จากปีที่แล้ว อยู่ที่ 1.57 ล้านคัน ในขณะที่ยอดส่งออกลด 4.4% อยู่ที่ 821,101 คัน ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงการชะลอตัวในแนวโน้มไตรมาส 4 ว่า เศรษฐกิจไทยจะเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาถัดไป โดยเฉพาะความเสี่ยงภายนอกจากความตึงเครียดทางการค้า แนวโน้มเศรษฐกิจของจีนและประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งจะกระทบต่อความต้องการในประเทศ อีกทั้งยังมีความเสียงเรื่องภูมิศาสตร์การเมือง ในระยะสั้น เราพร้อมที่จะใช้นโยบายการเงิน ถ้ามีความจำเป็น เราพร้อมที่จะดำเนินการถ้าอัตราการเติบโตไม่เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย วีรไท สันติประภพ กล่าวเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-3980.aspx