ตลาดเหล็กจีนไม่น่าจะกลับมาฟื้นตัวเต็มที่จากผลกระทบจากไวรัสจนกระทั่งครึ่งหลังของปีนี้
21 เมษายน 2563

ตลาดเหล็กจีนไม่น่าจะกลับมาฟื้นตัวเต็มที่จากผลกระทบจากไวรัสจนกระทั่งครึ่งหลังของปีนี้ ตลาดเหล็กจีนไม่น่าจะกลับมาฟื้นตัวเต็มที่จากผลกระทบจากไวรัส จนกระทั่งครึ่งหลังของปีนี้ ตลาดเหล็กในประเทศจีน จะยังคงเผชิญกับแรงกดดันขาลงในไตรมาสที่ 2 เนื่องจากการผลิตเหล็กในระดับสูง ระดับเหล็กคงคลังที่เพิ่มขึ้นมาก การส่งออกที่ย่ำแย่ และความต้องการที่ตกต่ำจากการผลิตภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจนกระทั่งตอนนี้ในไตรมาสที่ 2 แต่ภาคอสังหาริมทรัพย์อาจเห็นการก่อสร้างใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2563 และไม่สามารถสร้างความต้องการเหล็กในส่วนนี้เพิ่มเติมได้ ความท้าทายเรื่องสภาพคล่องของเทรดเดอร์และโรงงานเหล็กได้ผ่อนคลายไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้ ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการฟื้นตัวของความต้องการของผู้ใช้และส่วนหนึ่งเพราะนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายของจีน สภาพคล่องระยะที่มากเพียงพอทำให้โรงงานเหล็กสามารถรักษาระดับการผลิตที่สูงเอาไว้ได้ ถึงแม้ว่าทั้งเงินสดของเทรดเดอร์และโรงงานเหล็กจำนวนมากจะอยู่ในเหล็กคงคลังที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นมากก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ราคาเหล็กจีนน่าจะลดลงในไตรมาสที่สอง เนื่องจากปริมาณการผลิตมากเกินไป แต่ไม่น่าจะทรุดลง เพราะสภาพคล่องตลาดดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ราคาเหวี่ยงในขาลง อาจเป็นภาพที่เป็นไปได้มากที่สุดในไตรมาสที่สอง การวิเคราะห์ของ Platts แสดงให้เห็นถึงการผลิตเหล็กดิบและเหล็กพิกของจีนในเดือนเมษายน ว่าน่าจะลดลง ร้อยละ 1.9 และ 0.6 จากปีที่แล้ว ตามลำดับ แต่ยังคงเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม (ไปอยู่ที่ 68.5 ล้านตัน และ 84.5 ล้านตัน นอกจากการผลิตเหล็กที่ค่อนข้างมาก และปริมาณเหล็กคงคลังที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆของจีน ยังคงส่งผลต่อราคาอย่างต่อเนื่อง Platts คาดว่าปริมาณเหล็กกึ่งสำเร็จรูปและเหล็กสำเร็จรูปคงคลังจะถึง 100 ล้านตัน ณ สิ้นเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากปีที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นมาจากการทำลายความต้องการในประเทศจากล็อกดาวน์ไปเกือบ 1 ไตรมาส เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา แต่การผลิตเหล็กยังคงอยู่ในระดับสูง ปริมาณผลผลิตเหล็กดิบจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 ในไตรมาสที่ 1 เทียบจากเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ พื้นที่ก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ลดลงร้อยละ 27.2 (จากข้อมูลของ National Bureau of Statistics data : สำนักงานสถิติแห่งชาติ) การลงทุนทรัพย์สินถาวรในสาธารณูปโภคพื้นฐานและการผลิตลดลง ร้อยละ 19.7 และ 25.2 ตามลำดับ ปริมาณเหล็กคงคลังลดลงในเดือนเมษายน แต่ยังคงสูงผิดปกติในช่วงกลางเดือน ชี้ให้เห็นว่าความต้องการของผู้ใช้ไม่แข็งแแกร่งเพียงพอที่จะแก้ไขเรื่องปริมาณการผลิตที่มากเกินไป เหล็กเส้นยังคงมีความต้องการที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์เหล็ก แม้อย่างนั้น ปริมาณเหล็กเส้นคงคลังของเทรดเดอร์ใน Hangzhou ซึ่งเป็นหนึ่งศูนย์รวมการซื้อขายในประเทศที่คึกคักมากที่สุดแห่งหนึ่ง ยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 75 จากปีที่แล้ว แต่ลดลงร้อยละ 8 จากจุดสูงสุดในกลางเดือนมีนาคม

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4085.aspx