TIWเล็งปรับตัวเป็นโฮลดิ้งชู2ธุรกิจแผ่นเหล็กชุบสังกะสี-พลังงานหลังจะลงทุนโซลาร์ฟาร์ม10แห่งแล้วเสร็จQ3/63
25 เมษายน 2563

TIWเล็งปรับตัวเป็นโฮลดิ้งชู2ธุรกิจแผ่นเหล็กชุบสังกะสี-พลังงานหลังจะลงทุนโซลาร์ฟาร์ม10แห่งแล้วเสร็จQ3/63 บมจ.ไทยแลนด์ไอออนเวิคส์ (TIW) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ (24 เม.ย.) อนุมัติการปรับโครงสร้างบริษัท ตามแผนการโอนธุรกิจเดิม ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 โดยจะโอนธุรกิจเดิม ได้แก่ ธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสี และแผ่นเหล็กชุบสังกะสีเคลือบสีทั้งแบบแผ่นและแบบม้วน รวมทั้งสิทธิ หนี้สิน ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และความรับผิดใด ๆ รวมทั้งพนักงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิมให้แก่ บริษัท ทีไอดับบลิว อินดัสตรี่ จำกัด (TIWI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นอยู่ 99.99% และการเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงาน ทั้งนี้ ภายหลังการปรับโครงสร้างบริษัท และการเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงานแล้วเสร็จ บริษัทจะเสมือนเป็น Holding Company โดยลงทุนใน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ทีไอดับบลิว อินดัสตรี่ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กชุบสังกะสี และบริษัทย่อยที่จะจัดตั้งใหม่ ประกอบธุรกิจพลังงาน โดยบริษัทจะพิจารณาผลประกอบการของทั้งสองธุรกิจภายในช่วงระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่ได้เข้าลงทุนในธุรกิจพลังงาน และดำเนินการปรับโครงสร้างแล้วเสร็จ เพื่อพิจารณากำหนดบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลักของบริษัทต่อไปภายใต้เกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้คณะกรรมการ ยังอนุมติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติการขายและเช่ากลับทรัพย์สินของบริษัท ได้แก่ ที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 14 ไร่ 2 งาน 77.5 ตารางวา ,อาคารและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 8 หลัง เนื้อที่ 22,892.35 ตารางเมตร เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในธุรกิจผลิต จำนวน 59 รายการ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 250 ล้านบาท เสนอขายให้กับบมจ.ไทยคอนส์ แอนด์ บิลดิ้ง เมนูแฟ็คเจอริ่ง (TCB) ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกับบริษัท ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท อย่างไรก็ตามบริษัทจะดำเนินการเช่าทรัพย์สินดังกล่าวกลับมาเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไป พร้อมกันนี้ให้ TIWI เข้าทำสัญญาเช่าทรัพย์สิน ได้แก่ ที่ดิน อาคาร และเครื่องจักร พร้อมอุปกรณ์จาก TCB เพื่อใช้ประกอบกิจการผลิตแผ่นเหล็กชุบสังกะสีและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ในอัตราค่าเช่าตลอดอายุสัญญาเป็นเงิน 80 ล้านบาท มีระยะเวลาเช่า 10 ปี และ TIWI จะจ่ายค่าเช่าเป็นรายปี ในอัตราปีละ 8 ล้านบาท และมีสิทธิต่อสัญญาเช่า โดยการแจ้งความประสงค์ให้ผู้ให้เช่าทราบล่วงหน้าเป็นรายลักษณ์อักษรถึงความประสงค์ที่จะต่ออายุอย่างน้อย 3 เดือนก่อนระยะเวลาการเช่าสิ้นสุดลง คณะกรรมการบริษัท ยังอนมุติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น พิจารณาอนุมัติการเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงาน โดยบริษัทย่อยที่จะจัดตั้งใหม่ซึ่งบริษัทถือหุ้น 99.99% เข้าลงทุนในหุ้นสามัญของ 8 บริษัท ได้แก่ บริษัท สกาย โซล่าร์ รูฟ จำกัด (SSR) , บริษัท สกาย โซล่าร์ พาวเวอร์ จำกัด (SSP) , บริษัท เอ็น ดับเบิลยู กรีน พาวเวอร์ จำกัด (NGP) ,บริษัท เอ็น ดับเบิลยู เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (NWG) , บริษัท เอ็น ดับเบิลยู โซล่าร์ จำกัด (NSL) , บริษัท ซันนี่ โซล่า จำกัด (SSL) , บริท ซัน ลิงค์ พาวเวอร์ จำกัด (SLP) และบริษัท โซล่าร์ ทาวน์ จำกัด (SLT) ซึ่งรวมเรียกว่ากลุ่มกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 10 โครงการ กำลังการผลิตรวม 7.825 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วทั้งหมด โดยเป็นการซื้อกิจการดังกล่าวจากบริษัท ลีฟวิง เอ็นเนอร์จี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบมจ.ซีออยล์ (SEAOIL) มูลค่าทั้งสิ้น 215 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/63 สำหรับแหล่งเงินลงทุนเพื่อใช้ซื้อกิจการพลังงาน จะมาจากการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัท ได้แก่ ที่ดิน อาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์ และเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท โดยการลงทุนธุรกิจพลังงานจะทำให้ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงธุรกิจเดียว คือ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายสังกะสีและผลิตภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ธุรกิจพลังงานดังกล่าวมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต โดยบริษัทประเมินผลตอบแทนภายใน (IRR) ตลอดอายุสัญญาไม่ต่ำกว่า 9% ทั้งนี้ บริษัทกำหนดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 ในวันที่ 9 มิ.ย.63 เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4112.aspx