จับตามิ.ย.เหล็กเถื่อนทุบตลาดไทยหลังโควิดคลี่คลายสมอ.-สถาบันเหล็กฯเร่งสกัด
03 มิถุนายน 2563

จับตามิ.ย.เหล็กเถื่อนทุบตลาดไทยหลังโควิดคลี่คลายสมอ.-สถาบันเหล็กฯเร่งสกัด จับตามิ.ย.เหล็กเถื่อนทุบตลาดไทยหลังโควิดคลี่คลาย สมอ. -สถาบันเหล็กฯ เร่งสกัด นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า เดือนมิถุนายนนี้ สมอ.อยู่ระหว่างร่วมกับสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ติดตามการนําเข้าเหล็กเพื่อใช้ในประเทศ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะแหล่งผลิตใหญ่ของ โลกอย่างประเทศจีนที่เป็นจุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดและปัจจุบันควบคุมได้แล้ว รวมทั้งเหล็กในประเทศที่เป็น ฐานการผลิตของจีนเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามการค้า(เทรดวอร์) ที่อาจต้องการระบายสินค้าสู่ประเทศที่มีความ ต้องการใช้ รวมทั้งไทย ขณะที่ไทยเองก็เริ่มต้องการใช้เหล็กมากขึ้นจากนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งเหล็กที่นําเข้ามาอาจมีเหล็กไม่ได้มาตรฐานปลอมปนอยู่ด้วย ประกอบกับจาก สถิติการอายัดผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานของสมอ. พบว่า เหล็กไม่ได้มาตรฐาน หรือ เหล็กเบา เป็นกลุ่มสินค้า ที่มีปริมาณการจับกุมมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา นายวันชัย กล่าวว่า จากสถิติการอายัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานของสมอ. พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 - 30 เมษายน 2563 สมอ. ได้ยึดอายัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานมูลค่ารวมกว่า 855 ล้านบาท จํานวนนี้พบว่า ผลิตภัณฑ์ เหล็ก มีมูลค่ามากที่สุด 739 ล้านบาท รองลงมาคือผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า 52 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม 29 ล้านบาท วัสดุก่อสร้าง 19 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ 10 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและโพลิเมอร์ 2 ล้าน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์โภคภัณฑ์ ไฟฟ้าส่องสว่าง เคมี เครื่องมือ แพทย์ นายวิโรจน์ โรจน์วัฒนชัย ผู้อํานวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการบริโภคเหล็กอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการนําเข้าช่วงไตรมาสแรกของปี (มกราคมมีนาคม2563) อยู่ที่ 2.8 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 27 ล้านตัน ตลอดปี 2562 มีปริมาณการนําเข้าใช้เหล็กรวม 12 ล้านตัน และปีที่ผ่านมามีปริมาณการใช้เหล็กทั้งประเทศรวม 18.6 ล้านตัน คาดว่าช่วงที่เหลือของปีนี้ปริมาณการใช้เหล็กของไทยจะเติบโต จากเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มควบคุมได้แล้ว ประกอบกับมีนโยบายฟื้นฟเศรษฐกิจและสังคมจะมีส่วนกระตุ้นการใช้เหล็กให้เพิ่มขึ้น แน่นอน “จีนมีการผลิตเหล็กจํานวนมหาศาล และผลกระทบจากโควิด-19 ทําให้จีนไม่สามารถส่งเหล็กไปขายประเทศ สหรัฐอเมริกาได้ เพราะโควิดยังระบาด ดังนั้นเอเซียจึงเป็นตลาดที่ต้องติดตามว่าจะมีปริมาณเหล็กเข้ามามาก แค่ไหน”นายวิโรจน์กล่าว

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4195.aspx