การผลิตเหล็กของจีนถึงระดับสูงสุดในเดือนพฤษภาคม
17 มิถุนายน 2563

การผลิตเหล็กของจีนถึงระดับสูงสุดในเดือนพฤษภาคม การผลิตเหล็กของจีนถึงระดับสูงสุดในเดือนพฤษภาคม จีนมีการผลิตเหล็กพิก (pig iron) อยู่ที่ 77.32 ล้านตัน และผลิตเหล็กดิบ (crude steel) ที่ปริมาณสูงที่สุด อยู่ที่ 92.27 ล้านตัน ในเดือนพฤษภาคม โดยปรับเพิ่มขึ้น 2.4% และ 4.2% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ตามลำดับ ข้อมูลจากสำนักสถิติแห่งชาติ เมื่อ 15 มิถุนายน การผลิตเหล็กพิกและเหล็กดิบรายปี มีปริมาณอยู่ที่ 910 ล้านตัน และ 1.086 พันล้านตันต่อปี อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวบางรายคาดว่า การผลิตจะเพิ่มขึ้นไปอีกในเดือนมิถุนายน ทำให้เกิดแรงกดดันให้เป็นขาลงกับตลาดในประเทศ ซึ่งความต้องการจากภาคการก่อสร้างในจีนตะวันออกและจีนใต้ ได้ลดลงไปเมื่อเร็วๆนี้ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน การผลิตเหล็กพิกและเหล็กดิบรายวันของจีน ปรับเพิ่มขึ้น 4% และ 5% จากเดือนเมษายน ในระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม การผลิตเหล็กพิกและเหล็กดิบของจีนเพิ่มขึ้น 1.5% และ 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านไป โดยมีปริมาณอยู่ที่ 355.99 ล้านตัน และ 411.75 ล้านตัน ความต้องการที่เข้มแข็งเป็นพิเศษจากภาคการก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม พิสูจน์ได้จากการผลิตเหล็กที่มาก ทำให้มาร์จิ้นขายของเหล็กเส้นในประเทศ อยู่สูงถึง 86 ดอลล่าร์ ต่อตัน ในปลายเดือนพฤษภาคม จาก (เมื่อเปรียบเทียบกับ) 61 ดอลล่าร์ต่อตันในปลายเดือนเมษายน ความแข็งแกร่งของความต้องการในการก่อสร้างช่วงเดือนพฤษภาคม เกิดขึ้นจากความรีบร้อนที่จะชดเชยเวลาที่สูญเสียไปในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตามน่าจะใกล้สิ้นสุดในเดือนมิถุนายน ในขณะที่ฝนตามฤดูกาลซึ่งเริ่มจากต้นเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคมนั้นจะขัดขวางด้านการก่อสร้าง แหล่งข่าวบางรายกล่าวว่า การผลิตเหล็กยังคงเป็นขาขึ้น แต่ด้วยความต้องการจากไซต์ก่อสร้างที่ต่ำตามฤดูกาล และปริมาณเหล็กก่อสร้างคงคลังในทางตะวันออกของจีนและทางใต้ของจีน เริ่มที่จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน โดยปริมาณเหล็กเส้นคงคลังในเมืองฮั่งโจว (Hangzhou city) ทางตะวันออกของจีน ณ วันที่ 11 มิถุนายน เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า การผลิตเริ่มที่จะมีมากกว่าความต้องการในเดือนมิถุนายน โดยเฉพาะเหล็กก่อสร้าง แต่เขาเชื่อว่าความเสี่ยงขาลงของราคาเหล็กจีนน่าจะมีจำกัดในเดือนมิถุนายน แหล่งข่าวกล่าวว่า ตลาดเหล็กคาดว่าจะมีความต้องการจากโครงสร้างพื้นฐานที่ยังแข็งแกร่งอยู่ในครึ่งปีหลังของปี 2563 ดังนั้น โรงงานเหล็กและเทรดเดอร์พร้อมที่จะเพิ่มปริมาณเหล็กคงคลัง และรอคอยความต้องการที่จะกลับมา อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องที่เพียงพอของโรงงานเหล็ก และบริษัทเทรดดิ้งใหญ่ๆ ได้รับแรงหนุนโดยนโยบายสินเชื่อที่ผ่อนปรนของจีน ซึ่งจะช่วยให้โรงงานเหล็กและบริษัทสามารถมีปริมาณเหล็กคงคลังที่เพิ่มขึ้นมากในช่วงฤดูกาลที่มีอุปสงค์ต่ำ

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4208.aspx