หวาฟัต(HoaPhat)ของประเทศเวียดนามกล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเหล็กก่อสร้างได้ถึงเป้าหมายปีใน2563
03 กรกฎาคม 2563

หวาฟัต(HoaPhat)ของประเทศเวียดนามกล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเหล็กก่อสร้างได้ถึงเป้าหมายปีใน2563 หวาฟัต (Hoa Phat) ของเวียดนาม อาจทำได้ไม่ถึงเป้าหมายในปี 2563 ที่จะผลิตเหล็กก่อสร้างให้ถึง 3.6 ล้านตัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความต้องการในประเทศที่ลดลง การบริโภคเหล็กก่อสร้างทั่วประเทศลดลงร้อยละ 5 แต่ปริมาณการผลิตของหวาฟัตยังคงเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปริมาณการส่งออกของบิลเล็ต ผู้บริหารของกลุ่มหวาฟัตกล่าว การปิดพื้นที่และการปิดประเทศ ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มที่บริโภคเหล็ก เช่น ก่อสร้าง ยานยนต์ เครื่องจักร การต่อเรือ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ความต้องการเหล็กในหลายประเทศ คาดว่าจะลดลงประมาณร้อยละ 2 จากการคาดการณ์ของสมาคมเหล็กเวียดนาม (Vietnam Steel Association: VSA) (ในวันที่ 6 มิถุนายน) โดยทุกฝ่ายเห็นว่าปี 2564 จะเป็นปีที่ความต้องการเหล็กเพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศต่างๆ ฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ถ้าในปีนี้ ปริมาณผลผลิตเหล็กก่อสร้างมีน้อยกว่า 3 ล้านตัน หวาฟัตจะตั้งเป้าขายเหล็กดิบ อยู่ที่ 8 ล้านตัน เมื่อโรงงานหวาฟัตสุงกว๊าต คอมเพล็กซ์ (Hoa Phat Dung Quat Steel Complex) ในจังหวัดกว่างหงาย (Quang Ngai) มีการดำเนินงานเต็มรูปแบบในปี 2564 โดยถ้าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปขายไม่หมด จะไปเพิ่มยอดขายบิลเล็ตแทน ระยะที่ 1 ของคอมเพล็กซ์ กำลังดำเนินงานอย่างเต็มที่ และงานอันดับแรกคือ ทำให้ระยะที่ 2 ดำเนินการได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ระยะที่ 2 เกี่ยวกับการเริ่มโรงงานเหล็กรีดร้อนชนิดม้วน กำลังการผลิต 3.5 ล้านตันต่อปี หวาฟัตคาดว่าจะทำการทดลองดำเนินงานโรงงาน HRC ใหม่ และผลิตผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ออกไปสู่ตลาด ในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม ด้วยเหตุนี้ คาดว่าการผลิตเหล็กจะเพิ่มขึ้นไปถึง ประมาณ 8 ล้านตันต่อปี ในเดือนกันยายน จาก 4.6 ล้านตันต่อปี ณ สิ้นปี 2562 การผลิตผลิตภัณฑ์เหล็ก และยอดขายผลิตภัณฑ์เหล็ก ของเวียดนามในเดือนพฤษภาคม ลดลงจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ประมาณ ร้อยละ 8.8 และ 5.3 ตามลำดับ จากข้อมูลของสมาคมเหล็กเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤษภาคม ปริมาณการผลิตอยู่ที่ 2.08 ล้านตัน และยอดขาย 1.89 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.6 และ 9.7 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน การส่งออกเหล็กในเดือนพฤษภาคม ลดลงร้อยละ 27.2 จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 262,338 ตัน ซึ่งลดลงร้อยละ 2 จากเดือนเมษายน จากข้อมูลของสมาคม ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2563 การผลิตลดลงร้อยละ 8.5 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 9.67 ล้านตัน ในขณะที่ยอดขายลดลงร้อยละ 11.6 โดยอยู่ที่ 8.65 ล้านตัน ยอดส่งออกในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 1.55 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 25.1 จากช่วงเดียวกันของปี 2562

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4231.aspx