อุตสาหกรรมเหล็กจีนได้ประโยชน์จากมาตรการทางการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายมากขึ้น
17 กรกฎาคม 2563

อุตสาหกรรมเหล็กจีนได้ประโยชน์จากมาตรการทางการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายมากขึ้น อัตราเติบโตของการเงินเพื่อสังคม (Social Financing: TSF) ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ เร่งตัวเพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน เนื่องจากรัฐบาลจีนผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ แหล่งข่าวในตลาดเหล็กคาดว่าการผ่อนคลายสินเชื่อจะคงอยู่ตลอดครึ่งหลังของปี 2563 ซึ่งจะสนับสนุนเรื่องปริมาณเหล็กคงคลัง ความต้องการและการผลิต TSF ของจีนในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8 จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอัตราเติบโตที่สูงที่สุดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 จากข้อมูลของธนาคารประชาชนจีน (People’s Bank of China) นอกจากนั้น TSF ในเดือนมิถุนายน เร่งตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.5 ในเดือนพฤษภาคม ร้อยละ 12 ในเดือนเมษายน และร้อยละ 11.5 ในเดือนมีนาคม อัตราการเติบโตของ TSF ที่เข้มแข็ง เป็นผลของมาตรการทางการเงินและการคลังที่พยายามลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน หลังจากวิกฤตโควิด-19 การเพิ่มสภาพคล่องคาดว่าจะต่อเนื่องในครึ่งปีหลังของปี 2563 การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง เนื่องจากการบริโภคในประเทศฟื้นตัวช้า และตลาดส่งออกที่ยังซบเซาอยู่ แหล่งข่าวคาดการณ์ว่า ความต้องการเหล็กที่เข้มแข็งจากภาคอสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภคพื้นฐานจะกลับมาพร้อมๆกับการเพิ่มสภาพคล่อง เมื่อฤดูฝนในจีนตะวันออกและตามแม่น้ำแยงซีเกียงผ่านพ้นไปในกลางหรือปลายเดือนกรกฎาคม การฉีดสภาพคล่องเข้ามาในระบบนั้นยังช่วยผลักดันให้ความต้องการใส่ส่วนการเก็งกำไรของเทรดเดอร์เหล็ก ซึ่งมีความพร้อมและสามารถเก็บเหล็กคงคลังที่กำลังเพิ่มขึ้นมากไว้ได้ อีกทั้งยังรอตลาดเหล็กให้รับรู้ถึงเรื่องการฟื้นตัวอย่างมากขึ้นในภาคอสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภคพื้นฐาน ปริมาณเหล็กเส้นคงคลังในเมืองหางโจว ทางจีนตะวันออก เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ประมาณร้อยละ 16 ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน โดยอยู่ที่ 1 ล้านตัน ณ 13 กรกฎาคม เนื่องจากฝนตกหนักตามฤดูกาลเป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมการก่อสร้าง ปริมาณเหล็กคงคลังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากระดับของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราคาเหล็กเส้นหน้าโรงงานในมณฑลเจียงซู ทางจีนตะวันออก ลดลงเพียงร้อยละ 3 จากกลางเดือนมิถุนายน โดยอยู่ที่ 3,530 หยวนต่อตัน ในวันที่ 3 กรกฎาคม จากนั้น ดีดตัวขึ้นมาที่ 3,595 หยวนต่อตันในกลางเดือนกรกฎาคม จากการประเมินของ Platts แหล่งข่าวในตลาดบางรายกล่าวว่า สภาพคล่องสนับสนุนราคาเหล็กและความต้องการ ทั้งจริงและเก็งกำไร ดังนั้น การผลิตเหล็กจีนน่าจะยังแข็งแกร่งอยู่ในอีกหลายเดือนข้างหน้านี้ แต่ปริมาณการผลิตเหล็กที่เข้มแข็งจะยังทำให้ราคาเหล็กและมาจิ้นจะยังคงไม่เพิ่มขึ้น

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4275.aspx