การต่อรองราคาที่ยืดเยื้อของโรงงานเหล็กและบริษัทรถยนต์ในอินเดีย
17 กรกฎาคม 2563

การต่อรองราคาที่ยืดเยื้อของโรงงานเหล็กและบริษัทรถยนต์ในอินเดีย “ไม่มีใครให้ราคาขึ้นในสถานการณ์นี้ ปล่อยให้มารูติ (ซูซูกิ) (Maruti [Suzuki]) ต่อรองก่อน” แหล่งข่าวจาก Mahindra & Mahindra กล่าว อ้างถึงผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย “ตลอดทั้งปีนี้ก็จะใช้ในการเจรจาต่อรอง กันทั้งปี” เหตุผลที่ไม่มีข้อตกลงร่วมกัน มาจากการที่โรงงานเหล็กยืนยันขึ้นราคา ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ใหญ่ๆ ไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ขึ้นราคาได้ “เราเลื่อนการพูดคุยออกไปก่อน ฉันไม่คิดว่า OEM ไหนจะออกมา” แหล่งข่าวจากทาทามอเตอร์ส กล่าว ในขณะที่ตลาดลดลง 7.2 รูปีต่อกิโลกรัม โรงงานเหล็กผลักภาระ 6 รูปีต่อกิโลกรัม มาให้อุตสาหกรรมรถยนต์ June domestic sales of passenger vehicles were almost half at 105,617 units compared with 209,522 units in June 2019, due to the weak demand. ยอดขายรถยนต์นั่งในประเทศในเดือนมิถุนายน เกือบครึ่งหนึ่งของ 105,617 คัน เมื่อเปรียบเทียบกับ 209,522 คันในเดือนมิถุนายน 2562 เนื่องจากความต้องการที่ลดน้อยลง ยอดขายรถยนต์นั่งในไตรมาสที่ 1 ของปี อยู่ที่ 53,734 คัน ลดลงร้อยละ 78.4 จากไตรมาสเดียวกันของปี 2562 โรงงานเหล็กยืนยันที่จะขึ้นราคา แต่จนบัดนี้ ยังไม่มีการพูดคุยกันจริงจัง โรงงานเหล็กอยากจะขึ้นราคา 2-3 รูปีต่อกิโลกรัม แหล่งข่าวใน Steel Strips & Wheels ซึ่งเป็นผู้ผลิตล้อเหล็กรถยนต์ กล่าว ข้อมูลในเดือนมิถุนายน ได้บ่งบอกถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจเต็มเดือนเป็นเดือนแรก ตั้งแต่อินเดียล็อกดาวน์ทั่วประเทศ เพื่อจำกัดการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนา 2019 นอกจากนั้น ข้อมูลนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ SIAM เผยแพร่ข้อมูลรถยนต์ตั้งแต่การล็อกดาวน์เริ่มในเดือนมีนาคม และผ่อนคลายในต้นเดือนมิถุนายน นอกเหนือจากความต้องการที่อ่อนแอ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานยังคงส่งผลให้ตัวเลขรายเดือนและรายไตรมาสแย่ไปด้วย ประธาน SIAM กล่าวในวันที่ 14 กรกฎาคม การต่อรองยังไม่คืบหน้า ถึงแม้ว่าผู้ผลิตเหล็กจะแสดงความชัดเจนว่า ผู้ผลิตรถยนต์ จะต้องขึ้นราคา แหล่งข่าวจาก Tata Steel กล่าว Tata Steel เป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุด “กิจกรรมในช่วง 3 เดือนล่าสุด จากเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ไม่สำคัญอะไร เพราะว่า ไม่มีปริมาณเหล็กส่งไปยังบริษัทรถยนต์” การฟื้นตัวในอุตสาหกรรมรถยนต์อินเดีย น่าจะยืดเยื้อ เนื่องจากอินเดียยังคงจัดการยอดผู้ติดเชื้อที่ยังคงพุ่งสูงขึ้นอยู่ ณ วันที่ 14 มิถุนายน โดยอินเดียมียอดติดเชื้อโควิด 906,752 ราย และมียอดติดเชื้อรายใหม่ 28,498 ราย ในวันที่ 24 มิ.ย. กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) คาดการณ์ว่า GDP ของอินเดีย จะหดตัวร้อยละ 4.5 ในปี 2563 แต่จะขยายตัวร้อยละ 6 ในปี 2564 หลังจากช่วงระยะเวลาล็อกดาวน์ที่นานกว่า และการฟื้นตัวที่ช้ากว่าคาดในเดือนเมษายน

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4276.aspx