การส่งออกเหล็กจีนลดลงมาแตะจุดต่ำสุดใน7ปีที่3.7ล้านตันในมิ.ย.
17 กรกฎาคม 2563

การส่งออกเหล็กจีนลดลงมาแตะจุดต่ำสุดใน7ปีที่3.7ล้านตันในมิ.ย. การส่งออกเหล็กสำเร็จรูป (finished steel) ของจีนในเดือนมิถุนายน ลดลงร้อยละ 15.9 จากเดือนที่แล้ว และลดลงร้อยละ 30.3 จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา ที่ 3.7 ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2556 จากข้อมูลศุลกากรจีนที่ออกมาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม แหล่งข่าวในตลาดบางรายคาดว่าการส่งออกเหล็กจะอยู่ในระดับต่ำในเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม โดยเต็มใจที่จะขายภายในประเทศมากกว่า การนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปมายังจีนในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.7 จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 98.7 จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา ที่ 1.878 ล้านตัน เนื่องจากความต้องการในประเทศที่เข้มแข็ง ทำให้การนำเข้ามีมากที่สุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552 การส่งออกเหล็กในระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน ลดลงร้อยละ 16.5 จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ที่ 28.704 ล้านตัน ในขณะที่การนำเข้าเหล็กเติบโต ร้อยละ 26.1 จากช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ที่ 7.343 ล้านตัน การส่งออกเหล็กสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 ลดลงร้อยละ 25.1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ 21.4 ล้านตัน ผู้อยู่ในตลาดบางรายกล่าวว่า คำสั่งซื้อสำหรับส่งออกยังคงไม่ดีในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากราคาเหล็กจีนไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดเอเชีย ราคาเหล็กจีนสูงขึ้นอีกจากตลาดในประเทศที่แข็งแกร่ง คำสั่งซื้อในตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นล็อตส่งเดือนกันยายน ในวันที่ 13 ก.ค. โรงงานเหล็กจีนบางแห่ง เสนอขายเหล็กรีดร้อนชนิดม้วน (Hot-Rolled Coil: HRC) เกรด SS400 ที่ราคา 460-500 ดอลล่าร์/ตัน FOB ในขณะที่ HRC (SAE) ของอินเดีย เสนอขายที่ 450 ดอลล่าร์/ตัน CFR Vietnam และ HRC (SAE) ของเกาหลีใต้ เสนอขายที่ 470 ดอลล่าร์ต่อตัน CFR Vietnam อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในตลาดกล่าวว่า ตลาดในประเทศจีนที่แข็งแกร่ง ยังคงทำให้จีนยังคงเปิดรับเหล็กนำเข้าอยู่ การนำเข้าเหล็กของประเทศจะยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างน้อยในไตรมาสที่ 3 นี้ แหล่งข่าวบางรายคาดว่าความต้องการต่างประเทศจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในไตรมาสที่ 4 ซึ่งอาจจะเป็นช่วงที่การนำเข้าเหล็กสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นนี้ยังเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตเหล็กจีน ดังนั้นผลกระทบต่อตลาดในประเทศจีนจะจำกัด ตลาดในประเทศจีนยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากสภาพคล่องที่มีมากมาย และความต้องการแข็งแกร่งจากภาคสาธารณูปโภคพื้นฐานและภาคอสังหาริมทรัพย์ ในครึ่งหลังของปี 2563 ซึ่งมีโอกาสน้อยมากในการฟื้นตัวของการส่งออก จากการวิเคราะห์ของ S&P Global Platts

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4278.aspx