การขายเหล็กที่ซบเซา กดมาร์จิ้นลง ในอินโดนีเซีย
20 กรกฎาคม 2563

การขายเหล็กที่ซบเซา กดมาร์จิ้นลง ในอินโดนีเซีย การขายเหล็กที่ซบเซา กดมาร์จิ้นลง ในอินโดนีเซีย นอกจากนั้น ยอดขายเหล็กก่อสร้างในประเทศที่ย่ำแย่ ทำให้ผู้ผลิตเหล็กลดระดับการผลิตไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตเต็มที่ อัตราการผลิตเหล็กเส้นในเดือนนี้ ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 20-30 ปริมาณการสั่งซื้อในสองสามเดือนข้างหน้า ยังคงน้อยมาก ผู้ผลิตเหล็กกล่าว เรามีคำสั่งซื้อเพียง 6,000 ตันในเดือนสิงหาคม และเรามีเหล็กเส้นประมาณ 30,000-40,000 ตันในคลังของเราแหล่งข่าวกล่าวว่า ถึงแม้ราคาเศษเหล็กในประเทศสูงขึ้นมาก ความต้องการซื้อจำกัด เนื่องจาก เนื่องจากปริมาณเหล็กคงคลังยังคงสูงถึง 15,000-20,000 ตัน เนื่องจากเคสติดเชื้อไวรัสโคโรนาใหม่รายวันยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แหล่งข่าวโรงงานเหล็กไม่ได้มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจอินโดนีเซีย เนื่องจากกำลังซื้อลดลง ประเด็นกระแสเงินสด และความไม่แน่นอนสำหรับธุรกิจและคนทั่วไป ซึ่งมีผลกับความต้องการเหล็กในภาคก่อสร้างและการผลิตอุตสาหกรรมการผลิตอินโดนีเซียยังซบเซาอยู่ ถึงแม้ว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของประเทศ เพิ่มขึ้นไปที่ 39.1 ในเดือนมิถุนายน จาก 28.6 ในเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันที่กิจกรรมโรงงานหดตัว อุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ใช้เหล็ก ในเดือนมิถุนายน มียอดขายลดลงร้อยละ 78.8 จากปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 12,623 คัน ถึงแม้ว่า จะเพิ่มขึ้นจากเพียง 3,551 คันในเดือนพฤษภาคม จากข้อมูลของสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์อินโดนีเซีย จากข้อมูลของ Gaikindo มีการผลิตรถยนต์ 17,616 คันในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นจาก 2,510 คันในเดือนพฤษภาคม แต่ลดลงร้อยละ 74.4 จาก 68,807 คันในเดือนมิถุนายน 2562 ปริมาณการผลิตรถยนต์ในครึ่งแรกของปี เท่ากับ 369,545 คัน ลดลงร้อยละ 37.5 จาก 591,731 คันในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4284.aspx