การส่งออกเหล็กอินเดียไปยังจีนเพิ่มมากขึ้นในไตรมาสที่1เนื่องจากโรงงานเหล็กรีบขายเหล็ก
30 กรกฎาคม 2563

การส่งออกเหล็กอินเดียไปยังจีนเพิ่มมากขึ้นในไตรมาสที่1เนื่องจากโรงงานเหล็กรีบขายเหล็ก จีนกลายเป็นแหล่งสำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปของอินเดีย ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน เนื่องจากความต้องการของจีนที่เพิ่มมากขึ้น และโรงงานอินเดียเร่งที่จะปล่อยสต็อกสินค้า ท่ามกลางความต้องการในประเทศที่ตกต่ำ เนื่องจากการระบาดใหญ่ อินเดียส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็ก ประมาณ 965,000 ตัน ไปยังจีน ในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2563-2564 (เมษายน-มีนาคม) เทียบกับในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2562 มีเพียง 1 ตัน จากข้อมูลของคณะกรรมการโรงงานร่วม (Joint Plant Committee) ในวันที่ 23 กรกฎาคม การส่งออกที่เพิ่มขึ้นมากไปยังจีน มาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งช่วยสนับสนุนราคาเหล็กในประเทศ การผ่อนคลายสินเชื่อและมาตรการทางการเงินของจีนในครึ่งปีแรกของปี 2563 ช่วยทำให้ภาคการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภคพื้นฐานขยายตัว ซึ่งเพิ่มความต้องการเหล็ก เวียดนามตามมาเป็นลำดับที่ 2 โดยในไตรมาสที่ 1 มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กประมาณ 941,000 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.6 เท่าของปริมาณการนำเข้าในไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ที่อยู่ที่ 204,000 ตัน และเวียดนามเป็นแหล่งส่งออกเหล็กของอินเดีย อินเดียส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปสุทธิในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2563-2564 อยู่ที่ 3.27 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 145.3 จากปีที่ผ่านมาที่มีการส่งออกอยู่ที่ 1.33 ล้านตัน การส่งออกในไตรมาสที่ 1 ประกอบด้วยเหล็กรีดร้อนชนิดม้วน (Hot Rolled Coil: HRC) อยู่ที่ 2.41 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า จาก 623,000 ตันในปีที่แล้ว นอกจาก HRC การส่งออกเหล็กกึ่งสำเร็จรูปซึ่งรวมถึงบิลเล็ต (billets) และสแล็บ (slabs) อยู่ที่ 2.28 ล้านตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 4.6 เท่า จาก 495,000 ตัน ในไตรมาสที่ 1 ในปี 2562 การนำเข้า ลดลงร้อยละ 32.7 จากปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 1.21 ล้านตัน ในไตรมาสนี้ โรงงานอินเดียได้หาทางให้ภาครัฐมีการแทรกแซงในผลิตภัณฑ์ที่อินเดียมีโอกาสเท่าเทียมกันในตลาด เมื่อมองไปข้างหน้า ยังมีความกังวลถ้าการส่งออกไปจีนจะยังคงเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ 2563-2564 เนื่องจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อของเหล็กจีน (Steel Purchasing Managers’ Index: Steel PMI) ยังคงลดลงในเดือนมิถุนายน ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่สูง ปริมาณเหล็กคงคลังที่เพิ่มขึ้น และคำสั่งซื้อใหม่ที่ลดลง ดัชนี PMI เหล็กจีน ลดลง 1.6 จุด จากเดือนพฤษภาคม โดยอยู่ที่ 49.3 โดยอ้างอิงจาก CFLP Steel Logistics Professional Committee ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนี

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4314.aspx