การส่งออกเหล็กของจีนเดือนก.ค.เพิ่มขึ้นร้อยละ13จากเดือนก่อนแต่ลดลงร้อยละ25จากปีที่ผ่านมา
11 สิงหาคม 2563

การส่งออกเหล็กของจีนเดือนก.ค.เพิ่มขึ้นร้อยละ13จากเดือนก่อนแต่ลดลงร้อยละ25จากปีที่ผ่านมา การส่งออกเหล็กสำเร็จรูป (finished steel) ของจีนในเดือนกรกฎาคม ฟื้นตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากเดือนที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ปริมาณ 4.176 ล้านตัน แต่ยังคงลดลงร้อยละ 25 จากปีที่แล้ว จากข้อมูลศุลกากรจีนที่ประกาศเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม แหล่งข่าวในตลาดบางราย คาดว่า การส่งออกเหล็กในเดือนต่อมาจะอยู่ในระดับต่ำจากปีฐาน แต่จะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นจากฐานเดือน ในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2563 เนื่องจากความต้องการในตลาดต่างประเทศจะค่อยๆฟื้นตัวจากการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรน่า การนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปเข้ามายังจีนในเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นร้อยละ 39 จากเดือนที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 2.606 ล้านตัน จากความต้องการในประเทศที่แข็งแกร่ง ทำให้มีการนำเข้าสูงที่สุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2547 แหล่งข่าวในตลาดกล่าวว่า การนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปของจีนจะยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างน้อยจนถึงในไตรมาสที่ 3 การนำเข้าเหล็กกึ่งสำเร็จรูป (semi-finished steel) ในเดือนกรกฎาคม จะอยู่ในระดับเดียวกันกับเดือนมิถุนายนที่มีการนำเข้าอยู่ที่ 2.48 ล้านตัน ทำให้จีนกลายเป็นผู้นำเข้าเหล็กสุทธิอีกครั้ง หลังจากเคยเป็นผู้นำเข้าเหล็กสุทธิในเดือนมิถุนายนเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี โดยศุลกากรจีนจะประกาศตัวเลขการนำเข้าและส่งออกเหล็กกึ่งสำเร็จรูปประจำเดือนกรกฎาคมในวันที่ 25 สิงหาคม แหล่งข่าวในตลาดกล่าวว่า การนำเข้าเหล็กที่เพิ่มขึ้นนั้น มีปริมาณเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการผลิตเหล็กของจีน และดังนั้นผลกระทบต่อตลาดในประเทศจีนจึงมีอย่างจำกัด มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินและการคลังนั้น ได้เอื้อประโยชน์แก่ภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคสาธารณูปโภคพื้นฐานมากที่สุด ซึ่งได้สนับสนุนความต้องการเหล็กในประเทศและราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก จากข้อมูลศุลกากร การส่งออกเหล็กสำเร็จรูปจีนในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม ลดลงร้อยละ 18 จากปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 32.88 ล้านตัน ในขณะที่การนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นร้อยละ 49 จากปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 9.948 ล้านตัน ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563 การส่งออกเหล็กสำเร็จรูปสุทธิ ลดลงร้อยละ 31 จากปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 22.93 ล้านตัน

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4350.aspx