ArcelorMittalสร้างเตาEAFที่โรงงานเหล็กแผ่นAM/NSCalvert
13 สิงหาคม 2563

ArcelorMittalสร้างเตาEAFที่โรงงานเหล็กแผ่นAM/NSCalvert บริษัท ArcelorMittal ตั้งใจที่จะสร้างเตา electric arc furnace (EAF) ที่โรงงาน AM/NS Calvert ใน Alabama ผู้ผลิตเหล็กระดับโลกกล่าวเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม เมื่อโรงงานเสร็จสมบูรณ์จะสามารถผลิตเหล็กแผ่นหนา (slabs) ได้ 1.5 ล้านตัน สำหรับโรงงานรีดร้อน และเป็นเกรดที่จำเป็นสำหรับตลาดผู้ใช้ปลายทางของ Calvert ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้มีโรงรีดเหล็กแผ่นรีดร้อน (hot strip) โรงงานรีดเหล็กแผ่นรีดเย็น (cold rolling) และ3สายการผลิตของเหล็กแผ่นชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (hot-dip galvanizing) การก่อสร้าง EAF คาดว่าจะใช้เวลา 24 เดือน โดยบริษัทไม่ได้เปิดเผยต้นทุนของโครงการ “เตา EAF ที่ Calvert มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์เนื่องจากจะช่วยให้สินทรัพย์ของเราสามารถตอบสนองต่อตลาดในประเทศได้มากขึ้นและสอดคล้องกับ ข้อตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก–แคนาดา (US-Mexico-Canada Agreement)” ซีอีโอของ ArcelorMittal กล่าว AM/NS Calvert เป็นบริษัทร่วมทุน 50/50 ระหว่าง ArcelorMittal และ Nippon Steel Corp ที่ถูกซื้อโดย ArcelorMittal และ NSC ในปี 2014 โดยโรงงานแห่งนี้ให้บริการในตลาดของอเมริกาเหนือตั้งแต่ปี 2010 โดยมีความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นคาร์บอน (flat-rolled carbon steel) อยู่ที่ 5.3 ล้านตัน อ้างอิงจากข้อมูลที่หน้าเว็บไซด์ ซีอีโอของ ArcelorMittal North America กล่าวเพิ่มเติมว่า EAF ที่ Calvert จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานของโรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของข้อตกลงการค้า USMCA “ข้อตกลงทางการค้า USMCA เป็นตัวเปลี่ยนเกมส์ สำหรับ NAFTA เดิม ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานเหล็กในอนาคตสำหรับตลาดยานยนต์จะต้องใช้เหล็กที่สร้างขึ้นภายในอเมริกาเหนือ" เตา EAF ใหม่ที่ AM/NS Calvert จะช่วยรักษาความเป็นผู้นำของ ArcelorMittal ในตลาดยานยนต์ที่อเมริกาเหนือ” AM/NS Calvert ได้จัดหาเหล็กแผ่นหนา (slabs) ส่วนหนึ่งมาจาก ArcelorMittal's Indiana Harbor แต่ยังมีความต้องการเพิ่มเติม จาก ArcelorMittal's ในเม็กซิโก โดยในเดือนกรกฎาคม 2018 บริษัทมีการร้องขอให้มีการยกเว้นภาษี 25% สำหรับการนำเข้าเหล็ก ในมาตรา 232 ที่ได้ดำเนินการโดยฝ่ายบริหารของ Trump เมื่อเดือนมีนาคม 2018 จากการประเมินของบริษัท โรงงานในสหรัฐฯมีความต้องการเหล็กแผ่นหนาอย่างน้อย 8.4 ล้านตันต่อปี ซึ่งรวมถึง 3.4 ล้านตัน ที่ต้องการจากบราซิลและเม็กซิโก ที่ระบุไว้ในเวลานั้น

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4355.aspx