"เวียดนาม"ยอดใช้เหล็กพุ่งสูงสุดในอาเซียน4ปีซ้อน
16 สิงหาคม 2563

"เวียดนาม"ยอดใช้เหล็กพุ่งสูงสุดในอาเซียน4ปีซ้อน เวียดนามแซงหน้าไทย ผงาดครองอันดับ 1 การผลิต-การใช้เหล็กสุงสุดในอาเซียน 4 ปีซ้อน เวียดนามกลายเป็นประเทศที่น่าจับตาหลายเรื่องทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ การดึงเม็ดเงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลเวียดนามให้น้ำหนักมาอย่างต่อเนื่อง จากที่เดินตามหลังไทย ตอนนี้กลายเป็นวิ่งแซงหน้าไทยไปแบบทิ้งช่วงห่างแล้วหลายด้าน เห็นได้ชัดเจนกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กของเวียดนามที่แซงหน้าประเทศไทย ขึ้นมาเป็นประเทศที่มีความต้องการใช้เหล็กสูงสุดในอาเซียน 4 ปีต่อเนื่อง โดยความต้องการใช้เหล็กของเวียดนามปี 2563 ประมาณ 25 ล้านตัน โตขึ้น 2.8% จากปี 2562 เทียบความต้องการใช้เหล็กของไทย ปี 2563 ประมาณ 17 ล้านตัน ลดลง 6% จากปี 2562 หากมองในแง่การพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กในอาเซียนเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย มีความคืบหน้าในการพัฒนาขีดความสามารถด้านการผลิตเหล็กต้นน้ำ เช่น โรงถลุงเหล็กและเตา BOF (Basic Oxygen Furnace) แล้ว ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มี ดังนั้นขีดความสามารถในการพัฒนาเหล็กเกรดพิเศษ เพื่อรองรับอุตสาห กรรมต่อเนื่องขั้นสูงที่ต้องใช้เหล็กเกรดพิเศษจึงเกิดขึ้นได้ยาก ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตเหล็กต้นน้ำ ซึ่งใช้กระบวน การผลิตแบบ EAF (Electric Arc Furnace) และ IF (Induction Furnace) เท่านั้น ดังนั้นการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ ต้องวางแผนให้รอบคอบเหมาะสม ถ้าประเทศไทยจะพัฒนาไปในทิศทางอุตสาหกรรมก้าวหน้า ควรเน้นส่งเสริมการผลิตเหล็กต้นน้ำ ซึ่งมีกระบวนการผลิตที่ยังร่วมสมัยและประเทศส่วนใหญ่นิยมกันอยู่ โดยเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตเหล็กต้นน้ำของประเทศต่างๆ ในโลก ที่นิยมและยอมรับกันมากที่สุด คือกระบวน การผลิตแบบ BOF สัดส่วน 48% และกระบวนการผลิตแบบ EAF สัดส่วน 48% ในขณะที่มีการใช้กระบวนการผลิตแบบ IF ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ตกยุคไปแล้ว มีสัดส่วนเพียงแค่ 2% เท่านั้น

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4361.aspx