เจเอฟอี(JFE)ผู้ผลิตเหล็กญี่ปุ่นคาดปริมาณการผลิตฟื้นตัวในครึ่งปีหลังแต่ทั้งปีงบประมาณดูยังมืดมัวอยู่
17 สิงหาคม 2563

เจเอฟอี(JFE)ผู้ผลิตเหล็กญี่ปุ่นคาดปริมาณการผลิตฟื้นตัวในครึ่งปีหลังแต่ทั้งปีงบประมาณดูยังมืดมัวอยู่ เจเอฟอี โฮลดิ้งส์ (JFE Holdings) แห่งญี่ปุ่น คาดการผลิตเหล็กดิบโดยรวมบริษัทในเครือ ในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 นี้ จะหดตัวถึงร้อยละ 26.9 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 10.60 ล้านตัน ตั้งแต่เดือนเมษายน ความต้องการเหล็กที่เบาบางในญี่ปุ่น ทำให้เจเอฟอีระงับการผลิตที่เตาถลุง 2 เตา ในโรงงานเวสต์เจแปนเวอร์คส (West Japan Works) ในเมืองคูราชิกิ (Kurashiki) และเมืองฟูกูยาม่า (Fukuyama) การคาดการณ์ในครึ่งปีแรก เกิดขึ้นหลังจากเจเอฟอี คาดปริมาณการผลิตในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนที่ 5.50 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 22.9 จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยทั่วไปเดือนเมษายนเป็นเดือนเริ่มต้นของปีการเงินของญี่ปุ่น จากฐานการผลิตที่ไม่รวมบริษัทในเครือ เจเอฟอีคาดการผลิตในปีงบประมาณที่จะถึงอยู่ที่ 22 ล้านตัน หรือน้อยว่าปริมาณการผลิตในช่วงปีงบประมาณก่อนถึงร้อยละ 17.7 และคาดว่าการผลิตในครึ่งปีหลังจะเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรก เจเอฟอีไม่ไดกล่าวถึงการคาดการณ์โดยรวมบริษัทในเครือ เจเอฟอีกล่าวว่า ความต้องการผลิตภัณฑ์เหล็กในประเทศลดลงมาที่จุดต่ำสุดในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน แต่คาดว่าจะฟื้นตัวเป็นระยะ ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมและเดือนกันยายนจนไปถึงครึ่งปีหลัง ความต้องการในภาควิศวกรรมโยธาและภาคยานยนต์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปัจจัยฤดูกาลและปัจจัยอื่นๆ เจเอฟอี สตีล คาดว่า ปริมาณการผลิตเหล็กดิบที่ไม่รวมบริษัทในเครือนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านตัน ในครึ่งปีแรก จากการผลิตที่ลดลงอย่างมาก แต่ปริมาณการผลิตในครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเพิ่มไปอยู่ที่ประมาณ 12 ล้านตัน จากความต้องการที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม เจเอฟอีคาดว่า กำลังการผลิตเหล็กดิบจะหดตัวไปอีก ท่ามกลางมาตรการลดเตาถลุง โดยในปีงบประมาณ 2566-2567 เจเอฟอี จะปิดเตาถลุง หมายเลข 2 และเตา Electric Arc Furnace (EAF) หมายเลข 1 ที่โรงงานเหล็กเคฮิน (Keihin mill – East Japan Works) ทำให้กำลังการผลิตทั้งหมดลดลง 4 ล้านตันต่อปี หรือร้อยละ 13 โดยผู้ผลิตเหล็กญี่ปุ่นอาจจะเร่งแผนปรับโครงสร้างเพื่อที่จะให้สอดคล้องกับความต้องการเหล็กที่ย่ำแย่อยู่

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4362.aspx