ปริมาณการผลิตเหล็กญี่ปุ่นเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้น:JISF
29 กันยายน 2563

ปริมาณการผลิตเหล็กญี่ปุ่นเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้น:JISF ปริมาณการผลิตเหล็กดิบ (crude steel) ญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 จากเดือนที่แล้ว โดยอยู่ที่ 6.45 ล้านตัน แต่ลดลงร้อยละ 20.6 จากปีที่แล้ว จากข้อมูลล่าสุดของ Japan Iron & Steel Federation (JISF) ปริมาณการผลิตในช่วง 8 เดือนแรกของปี เท่ากับ 54.72 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 19 ปริมาณการถลุงเหล็ก (Blast Furnace Output) ในเดือนสิงหาคม รวมทั้งสิ้น 4.89 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9 จากเดือนกรกฎาคม แต่ลดลงร้อยละ 22.9 จากปีที่แล้ว และปริมาณการผลิตด้วย Electric Furnace ในเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 1.55 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 4.9 จากเดือนกรกฎาคม และลดลงร้อยละ 12.2 จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา ปริมาณการผลิตเหล็กดิบที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมจากเดือนก่อนหน้า มาจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นพยายามที่จะเอาชนะผลกระทบยืดเยื้อที่เกิดขึ้นจากการระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 แนวโน้มในไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากตลาดโดยรวมยังมีผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตเครื่องจักรที่ยังฟื้นตัวขึ้นจากการลดปริมาณการผลิตจากครั้งก่อนในช่วงไตรมาสที่สอง ดัชนี The au Jibun Bank Manufacturing Purchasing Managers' Index ที่ปรับฤดูกาลแล้ว ในเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 47.2 เพิ่มขึ้นจาก 45.2 ในเดือนกรกฎาคม ในส่วนปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กในเดือนสิงหาคม การผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (Hot-Rolled Sheet) และเหล็กแผ่น (Steel Sheet) เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 โดยอยู่ที่ 3.5 ล้านตัน ในขณะที่ปริมาณการผลิตเหล็กลวด (wire rod) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 โดยอยู่ที่ 71,500 ตัน ในขณะเดียวกัน เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ (Section) และเหล็กเส้น (Bar) หดตัวจากเดือนก่อน ร้อยละ 7.8 และร้อยละ 7.4 ตามลำดับ โดยอยู่ที่ 378,900 ตัน และ 653,100 ตัน โดยภาพรวมแล้ว สิ่งที่สนับสนุนความต้องการเหล็กที่เพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม ก็คือ คำสั่งส่งออกใหม่ของเรือ ซึ่งรวมทั้งสิ้น 579,400 กรอสตัน (Gross Ton) หรือจำนวนเรือ 9 ลำ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจาก 469,750 กรอสตันในเดือนกรกฎาคม หรือจำนวนเรือ 8 ลำ และเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ Shipbuilders’ Association of Japan ความต้องการเหล็กคาดว่าจะยังคงซบเซาในปีนี้ อยู่ที่ประมาณ 2.66 ล้านตัน ลดลงจาก 3.34 ล้านตันในปี 2562 ในด้านความต้องการเหล็กจากรถยนต์ ยอดขายรถยนต์ใหม่ยังคงซบเซา และรวมทั้งสิ้น 326,436 คัน ในเดือนสิงหาคม ลดลงจาก 396,346 คันในเดือนกรกฎาคม และลดลงจาก 388,600 คันในเดือนสิงหาคม 2562 อีกด้วย จากข้อมูลของ Japan Automobile Manufacturers Association

http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-4437.aspx